2013-11-28

นายกฯ แถลงการณ์ขอพื้นที่ราชการคืน




เมื่อเวลา 13.55 น. วันที่ 28 พ.ย. ที่บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้แถลงการ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ว่า ตามที่มีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง โดยการประท้วงและเข้ายึดสถานที่ราชการบางแห่ง ปรากฏเป็นข่าวตามที่ทราบโดยทั่วกันนั้น

"ดิฉันขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนทุกท่าน รวมถึงเพื่อนมิตรต่างชาติ ที่เป็นห่วงเป็นใยในสถานการณ์ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของดิฉัน ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ได้รับเลือกตั้งอย่างถูกต้องตามครรลองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และได้ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมด้วยความละมุนละม่อม เพื่อที่จะไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นเกิดความรุนแรง ประชาชนต้องบาดเจ็บล้มตายดังเช่นเหตุการณ์ในอดีต"

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แต่การที่รัฐบาลใช้แนวทางสันตินั้น ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศ หรือไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยได้ ทุกวันนี้ การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ยังดำเนินการอยู่ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ แม้ว่าการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนโดยบางหน่วยงานที่อาจได้รับผลกระทบ และมีความไม่สะดวกบ้าง แต่รัฐบาลก็มีแผนรองรับที่จะให้บริการอย่างเพียงพอและทั่วถึง ดิฉันเชื่อมั่นว่าผู้ที่เป็นข้าราชการส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกันอย่างไร ต่างรู้และตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติงานตามหน้าที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อคงไว้ซึ่งความมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะเดียวกันรัฐบาลไม่ต้องการเล่นเกมทางการเมือง เพราะรัฐบาลเชื่อว่าเกมการเมืองจะทำให้ประเทศถดถอย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและความน่าเชื่อถือจากต่างประเทศ รัฐบาลยินดีรับฟังข้อเสนอ ข้อเรียกร้องของประชาชนทุกกลุ่มที่ชุมนุม ซึ่งยังยึดสถานที่ราชการอยู่ เพียงแต่ข้อเรียกร้องจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้มีการจัดตั้งสภาประชาชนนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นจริงได้ ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ 

"ดิฉันจึงขอยืนยันอีกครั้งว่า ดิฉันมีความตั้งใจอย่างแท้จริงที่จะให้เกิดความร่วมมือในการหารือ เพื่อหาทางออกให้แก่ประเทศ ขจัดความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบันที่เรื้อรังต่อเนื่องยาวนาน และสร้างความเสียหายให้กับประเทศมามากพอแล้ว ในการนี้ ดิฉันขอเสนอให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม คืนสถานที่ราชการเพื่อให้กลไกระบบราชการเดินหน้าได้ต่อไปได้ และดิฉันจะเปิดเวทีพูดคุย เพราะรัฐบาลไม่ต้องการการเผชิญหน้า แต่รัฐบาลพร้อมที่จะร่วมมือในการหาแนวทางกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อวางกระบวนการแก้ไขปัญหาให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย"

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงเวลาต่อไปนี้ เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนทุกคนควรร่วมใจกันเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนพรรษา ด้วยการน้อมนำกระแสพระราชดำรัส “รู้รัก สามัคคี” เพื่อถวายเป็นสักการะแด่ในหลวงที่เป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุกคน

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ในการเจรจาแกนนำผู้ชุมนุม รัฐบาลพร้อมทุกรูปแบบ จะให้ไปเจรจาเองก็ได้ เพราะอยากให้บ้านเมืองเกิดความสงบ เมื่อถามว่าหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้นรู้สึกสบายใจขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าว ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่อยากให้ทุกอย่างในบ้านเมืองสงบมากกว่า อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกัน

No comments: