2011-10-31

บทความแปล: วิกิลีกค์: เอกอัคราชทูตบอยซ์และนายกฯ ทักษิณ ผู้ “ประสาทหลอน”

บทความแปล: วิกิลีกค์: เอกอัคราชทูตบอยซ์และนายกฯ ทักษิณ ผู้ “ประสาทหลอน”

1 May 2013 at 09:00
อ้างอิงWikileaks: Boyce and a “delusional” Thaksin

บทความโพสต์เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554

PPT10312011


แปลโดย: ดวงจำปา

ในเคเบิ้ลของวิกิลีกค์ ลงวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 ฉบับนี้ เอกอัครราชทูตราล์ฟ แอล บอยซ์ ได้เขียนรายงานเกี่ยวกับการพบปะรับประทานอาหารกลางวันกับนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร

เอกอัครราชทูตบอยซ์อ้างว่า ได้เริ่มการพบปะกัน โดยยกประเด็นของ “ความคิดเห็นอันร้อนแรงของนายกฯ ทักษิณ ต่อพนักงานของรัฐเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเขาได้บรรยายว่า ‘บุคคลผู้มีบารมีคนหนึ่ง’ พยายามที่จะโค่นล้มรัฐบาล....” เขากล่าวดังนี้ว่า:

นายกฯ ทักษิณ ยอมรับอย่างเปิดเผยว่า เขาได้อ้างถึงตัวประธานองคมนตรี พลเอกเปรม (ติณสูลานนท์) โดยกล่าวว่า เขา “ต้องการเปิดสวิชไฟฟ้าให้เห็นกันเสียทีและล้างเอาาภูติผีเหล่านั้นออกมา” มันเป็นเรื่องที่ผิดและไม่เป็นประชาธิปไตย ที่พลเอกเปรมได้ทำตัวเป็นศัตรูกับนายกรัฐมนตรีอยู่หลังฉากตลอดมา นายกฯ ทักษิณ ยังกล่าวหาว่า พลเอกเปรมพยายามที่จะใช้อิทธิพลครอบงำผู้พิพากษาหลายคน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องคดีสำคัญๆ ที่ยังคั่งค้างอยู่ รวมไปถึงการ “ล่อหลอกตัวผู้ที่เป็นเป้าหมาย”  โดยอาศัยตำแหน่งองคมนตรีอยู่ในคดีหนึ่งจากอีกหลายๆ คดี

เอกอัครราชทูตบอยซ์ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ ในเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าหลักฐานต่างๆ ที่ตามมาหลังจากการทำรัฐประหาร เสนอให้ทราบว่า นายกฯ ทักษิณนั้น ได้รับรู้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับการคบคิดวางแผนโดยทางฝ่ายวัง  แม้กระทั่งว่า ตัวเขาเองนั้นก็มีความหยิ่งผยองมากเกินไปที่จะเห็นว่า พวกทางฝ่ายวังนั้นสามารถโค่นล้มตัวเขาได้ ความคิดเห็นของเอกอัครราชทูตบอยซ์ คือ ตอนที่นายกฯ ทักษิณ ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องของ “รสนิยมทางเพศของพลเอกเปรมนั้น เป็นการวิจารณ์ตัวเขาในแง่ที่ว่า ยังไม่เหมาะเลยต่อการเป็นผู้ส่งสารเกี่ยวกับเรื่องสำคัญๆ ภายในวังเลย”

จากนั้น ยังมีรายงานต่อไปว่า นายกฯ ทักษิณ มีแผนที่จะเดินลงมาจากตำแหน่งภายหลังการเลือกตั้ง เอกอัครราชทูตบอยซ์ได้เสนอแนะให้ นายกฯ ทักษิณเอง ลงมาจากตำแหน่ง “โดยไม่ชักช้า” และ “ในนาทีนี้” เลย

เมื่อนายกฯ ทักษิณ พูดถึงเรื่องประชาธิปไตยและพรรคไทยรักไทยว่า เป็นพรรคของประชาธิปไตยนั้น เอกอัครราชทูตบอยซ์ได้เขียนเคเบิ้ลอย่างเหลืออด โดยอ้างว่า คำอธิบายของนายกทักษิณอย่างแพรวพราวในประเพณีนิยมของทางประชาธิปไตยนั้น เป็นเรื่องที่หลอกหลอนเหลือเชื่อ -- สมาชิกพรรคการเมืองของเขาเองยังไม่กล้าแม้แต่จะจามออกมา นอกไปเสียจากว่า นายกฯ ทักษิณ จะอนุญาติให้กระทำได้...” อีกครั้งหนึ่ง ที่ ดูเหมือนว่า ตัวเอกอัครราชทูตบอยซ์นั้น ได้หลงลืมในสิ่งที่ตนเองได้เขียนไว้ในเคเบิ้ลฉบับอื่นๆ ซึ่งตัวเขาได้ กล่าวอย่างซ้ำแล้วซ้ำอีกในเรื่องนี้และรวมไปถึง “ความไม่ลงรอยกัน” ของสมาชิกในพรรคไทยรักไทย และ กล่าวถึงแง่โลกทัศน์ภาพรวมต่างๆ ในคณะรัฐมนตรีเอง

เมื่อเอกอัครราชทูตบอยซ์ได้บอกว่า “นายกฯ ทักษิณ เป็นผู้เปลี่ยนแปลงระบบการเมืองไทยไปอย่างถาวร....” เขากล่าวว่า นายกฯ ทักษิณ ได้ “ลงมือกระทำการโจมตีพระมหากษัตริย์และรวมไปถึงรูปแบบของ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ซึ่งพระองค์ได้ทรงตรัสไว้อย่างแข็งขัน  นายกฯ ทักษิณกล่าวว่า เขามีความภูมิใจในถิ่นกำเนิดของเขาที่เป็นเพียง  ‘พสกนิกรบ้านนอกคนหนึ่ง’.....  เอกอัครราชทูตบอยซ์ให้ความคิดเห็นว่า :

นายกฯ ทักษิณ ได้ละเลยต่อการกล่าวว่า มันเป็นเรื่องที่ได้เปรียบ ถ้าเกิดมีญาติพี่น้องที่มีชื่อเสียงโดดเด่น มีชีวิตสมรสที่มีความสุข และมีนโยบายของรัฐบาลที่ส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากเพื่อนๆ ของคุณ


ดูเหมือนว่า เอกอัครราชทูตบอยซ์จะลืมใน เรื่องเคเบิ้ลที่เขาเขียนในฉบับก่อน ซึ่งกล่าวว่า “ ‘อำมาตย์’ ผู้มีอำนาจทางการเมืองของประเทศนั้น เห็นว่า นายกฯ ทักษิณ เป็นเพียง ‘คนบ้านนอกคนหนึ่ง’  ข้อคิดเห็นเหล่านี้กระตุ้นให้ข้อโต้แย้งของเอกอัครราชทูตบอยซ์ ให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า มันเป็นการเขียนต่างกันกับคำแถลงก่อนหน้านั้น  และ เสริมไปยังเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงว่า:


นายกฯ ทักษิณ อ้างว่า นโยบายซึ่งสนับสนุนโดยพระมหากษัตริย์นั้น ทำให้ประชาชนยากจน แต่ในขณะที่นโยบายของพรรคไทยรักไทยนั้น ได้แปรเปลี่ยนถิ่นชนบท ทำให้ประชาชน “ฉลาดและร่ำรวยขึ้น” และ พึ่งพาต่อองค์พระมหากษัตริย์น้อยลง  เรื่องนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้องค์พระมหากษัตริย์กลับกลายเป็นปรปักษ์กับนายกฯ ทักษิณ


อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนว่านายกฯ ทักษิณ ได้รับรู้อย่างแจ่มแจ้งในเรื่องของความขัดแย้งระหว่างวิถีทางทางการเมืองของเขากับทางฝ่ายวังฯ  เขา (เอกอัครราชทูตบอยซ์) ได้กล่าวว่ามัน “เป็นข่าวร้ายซึ่งดูเหมือนกับว่า นายกฯ ทักษิณได้เลือกที่จะต่อสู้กับฝ่ายสถาบันฯ ซึ่งได้รับความเคารพอย่างมากที่สุดในประเทศ”  ความมีอคติของเอกอัครราชทูตบอยซ์ที่เห็นพ้องอยู่กับทางฝ่ายวังฯ  เป็นหลักฐานแสดงว่า ในทัศนคติของเขานั้น มันก็คือ ตัวนายกฯ ทักษิณ เอง ที่เป็นผู้เริ่มกระตุ้นต่อสู้กับฝ่ายวังฯ  ดูเหมือนว่า รายงานทุกชิ้นเสนอว่า ทางฝ่ายวังฯ เองก็ได้เลือกเอาหนทางนี้

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเอกอัครราชทูตบอยซ์ก็ทราบดีว่า เขาพูดอะไรไปเมื่อเขากล่าวว่า “นายกฯ ทักษิณ คาดการณ์ผิดไปอย่างถนัดที่คิดว่า เขาเองสามารถที่จะชนะการประจันหน้ากับทางฝ่ายวังฯ ได้” และเหตุผลที่เขาพูดถูกได้อย่างถูกต้อง ได้เปิดเผยขึ้นมาว่า:

ในการเสริมเรื่องการเคารพนับถือบูชาตั้งแต่โบราณกาลมาเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์นั้น ฝ่ายวังฯ ได้รับภาพพจน์อย่างกว้างขวางโดยทางสังคมพลเรือนว่า ได้เป็นสถาบันเดียวเท่านั้นที่สามารถถ่วงดุลกับอำนาจล้นฟ้าที่นายกฯ ทักษิณ ได้ก่อมันขึ้นมา  ในส่วนหนึ่งก็คือ การนำเอาความมั่งคั่งอย่างมหาศาลของเขา เข้ามาใช้อย่างชาญฉลาดเพื่อการบิดเบือนระบบทางการเมืองเสีย  การกระทำของนายกฯ ทักษิณ จะสร้างความตึงเครียดทางการมืองให้สูงอย่างน่าอันตรายภายในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

เหมือนกับ พลเอกเปรม  พลเอกสนธิ บุญญรัตนกลิน และกลุ่มรอยัลลิสต์  สำหรับตัวเอกอัครราชทูตบอยซ์ในขณะนั้น นายกฯ ทักษิณเอง คือ ตัวปัญหาใหญ่

----------------------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นของผู้แปล:

บทความจากวิกิลีกค์ฉบับนี้ เป็นบทความฉบับที่สี่ ซึ่งแสดงให้เห็นท่าทีของเอกอัครราชทูตบอยซ์ และความคิดของตนเองที่ถูกทางฝ่าย "อำมาตย์" ซื้อไปหมดแล้ว การเขียนเคเบิ้ลส่งไปยังกรุงวอชิงตัน ดีซี จะพบกับการ "เอียงกะเท่เร่" ว่า ทุกๆ อย่างที่ นายกฯ ทักษิณ กระทำ กลายเป็นเรื่องที่เลวร้าย เป็นการ "แข่ง" กับฝ่ายสถาบันฯ ทั้งหมด

สิ่งที่แปลกประหลาดคือ ฝ่ายนายกฯ ทักษิณเอง กลับไม่ทราบเลยว่า ฝ่ายทูตานุทูตของประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ได้เป็น "กรรมการกลาง" อย่างที่ตนเองเข้าใจเลย เรื่องต่างๆ ที่นายกฯ ทักษิณกล่าวไว้ทั้งหมด ก็ได้ถูกบันทึก เพื่อเป็นข้อมูลให้กับเอกอัครราชทูตบอยซ์ได้ส่งสัญญาณไปให้กับฝ่ายอำมาตย์เอง

เคเบิ้ลฉบับนี้จะเห็นได้ว่า ตัวเอกอัครราชทูตบอยซ์เอง เป็นผู้  "ยุยง" และ "สนับสนุน" ให้นายกฯ ทักษิณ ลาออกจากตำแหน่ง “โดยไม่ชักช้า” และ “ในนาทีนี้” เลย  (เพื่อเป็นการส่งเรื่องให้เข้าทางกับ "ฝ่ายอำมาตย์" อย่างทันท่วงที)

ถ้าเราไม่ได้เห็นข้อมูลจากวิกิลีกค์แล้ว เราจะไม่ทราบได้เลยว่า หุ่นอีกตัวหนึ่งที่ดำเนินการชักใยอยู่กับเบื้องหลังการรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ. 2549 คือ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ซึ่งถูก "ซื้อตัว" ไว้อย่างเรียบร้อย เพื่อ การ "ตำหนิ" ติเตียนจากประเทศมหาอำนาจจะได้ "เบาบาง" ลงไปอย่างมากที่สุด

ฝ่ายอำมาตย์ดำเนินแผนการนี้ ด้วยวิธีการอันชาญฉลาด ซึ่งฝ่ายกุนซือของนายกฯ ทักษิณเอง "แพ้ทาง" ทั้งหมด

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะอยู่ในอดีตก็ตาม ถ้าท่านเป็นฝ่ายอำมาตย์ในขณะนี้ ท่านควรจะไป "ประจบ" กับประเทศมิตรมหาอำนาจที่ไหนดีคะ เพื่อสร้างความแน่ใจว่า อำนาจของท่านยังคงอยู่อีกอย่างนานแสนนาน? อังกฤษ หรือ จีน หรือ รัสเซีย?? ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ถึงจะเข้าใจในแผนการและ "ตามเกมส์" ของพวกนี้ได้...

หรือว่า ตอนนี้ มันจะเริ่ม "สายเกินไป" อีกแล้วก็ไม่ทราบ....


Doungchampa Spencer

No comments: