2011-09-13

ปีนี้ผมจะเปิดปากและปิดหู

ปีนี้ผมจะเปิดปากและปิดหู


ผมเป็นคนพูดน้อย เพราะถูกสอนมาแบบนั้นตั้งแต่เกิด บ้านผมพูดน้อยกันทุกคน พี่สาวสองคนของผม พูดน้อยและพูดเสียงเบา ๆ อยู่ในโรงเรียน ผมก็เป็นคนเงียบ ๆ แรก ๆ เพื่อนผมก็รับไม่ได้ คิดว่าผมทำตัวแปลกประหลาด พอผมพาไปบ้าน เจอพ่อแม่พี่น้องทั้งบ้านผม เหมือนกันหมด เพื่อนผมอึดอัดมาก แต่พอนานเข้าพวกเขาก็เข้าใจ และสรุปว่าผมเป็นผู้ฟังที่ไม่ดี คือไม่มีสัญญาณทางร่างกายที่จะบอกว่า รู้สึกรู้สม กับเรื่องที่ผู้พูดพยายามสื่อ

ปีสี่ในมหาลัย ผมก็ค่อย ๆ กลายพันธุ์ เป็นคนฟังที่มีคุณภาพมากขึ้น ผมยอมรับผมพัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นผู้ฟังที่ดีมากขึ้นจริง ๆ เพราะผมเริ่มขมวดคิ้วและตั้งคำถามบ้าง

การเป็นผู้ฟังที่มีคุณภาพ มันไม่ใช่แค่การมีมารยาท หลีกเลี่ยงการพูดสอด พูดแทรกหรือแย่งประโยคของผู้พูดมาพูดเสียเอง มันไม่ใช่เลยจริง ๆ ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าการฟังที่ดีคือฟังแล้วคิดตาม ฟังทั้งเรื่อง สร้างภาพเคลื่อนไหว ตามที่ผู้พูดบรรยาย ไม่ใช่วางแผนการพูดล่วงหน้าคอยแต่จะคิดว่า เดี๋ยว เราต้องตอบยังไง ต้องแย้งยังไง ต้องพูดยังไงให้เขาเห็นด้วย หรือดีใจ เสียใจ หรือการตั้งหน้าตั้งตาใจจดใจจ่อว่าเมื่อไหร่จะถึงทีตัวเองได้พูดบ้าง ที่แน่ ๆ ก็คือต้องไม่ใช่เป็น เบื้อ เหมือนผม

ผมถูกยัดเยียดให้ผมเป็นคนยุคสิบสี่ตุลา ผมได้มีโอกาสจับไมค์พูดในเหตุการณ์รุนแรงหลายครั้ง ผมพูดสั้น ตรง ผมไม่ใช่นักปลุกระดม เพื่อนผมพูดเยอะ พูดยาว บางทีก็มีร้องรำทำเพลง ผมมักจะถูกเรียกร้องให้พูดตอนอุณหภูมิมันเข้มข้น ครั้งสุดท้ายผมพูดประโยคสั้น ๆ ว่า ใครในที่นี้เคยตายมาแล้วบ้างครับ เสียงหัวเราะหยุดกะทันหัน ผมถามต่อ ถ้าไม่เคย และถ้าหากคืนนี้เราจะต้องตายแน่ ๆ พี่น้องครับ เราจะตายเหมือนหมาหรือเหมือนราชสีห์ ดีละครับ แล้วผมก็ระหกระเหิรไปอยู่ในป่าสามปี รายละเอียดไม่จำเป็น บอกแล้วผมเป็นคนพูดน้อย ยุคคนป่าคืนเมือง ผมก็กลับมาเป็นคนเมืองที่ครุ่นคิดเหมือนเดิม

ผมหมกมุ่นกับการฟัง และศึกษาเรื่องการสื่อสารอย่างจริงจัง ผมคิดว่ามนุษย์ในปัจจุบันพูดมากกว่าฟัง การสื่อสารทางการพูดเหมือนกับการแข่งความเร็วใน การโต้ตอบซึ่งกันและกัน ซึ่งทำอย่างรวดเร็ว ผู้พูดคนแรกพูดยังไม่จบประโยค ผู้พูดคนที่สองก็สวนตอบออกมาทันที แทบจะแย่งกันพูดทุก ๆ ประโยคไป ผมรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการเป็นบุคคลที่สาม ในการรับฟังให้ทันคนสองคนแย่งกันพูด

ผมเคยคิดว่า นั่งเป็นเบื้อให้คนคิดว่าเราโง่ ดีกว่าเปิดปากพูดเพื่อพิสูจน์ว่า โง่ จริง!!”